<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>
bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250

งานเข้า ! SBF เผยต้องการระดมทุนฉุกเฉินจำนวน 2.9 แสนล้านบาท เพื่อนำมาเยียวยานักลงทุน FTX

bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250
ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

สื่อข่าว Wall Street Journal (WSJ) รายงานว่า Sam Bankman-Fried (SBF) ได้ขอให้นักลงทุนระดมทุนฉุกเฉินจำนวน 8 พันล้านดอลลาร์ เพื่อชดเชยการขาดทุนอันเนื่องมาจากคำขอถอนเงินจำนวนมากจากเว็บเทรด Crypto ของเขาในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

ตามรายงานข่าว SBF ได้ยื่นคำร้องต่อนักลงทุนเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พร้อมกล่าวอธิบายว่าสิ่งนี้คือแนวทางที่จะสามารถช่วยแก้ปัญหาทางการเงินของ FTX ได้ โดยแหล่งข่าวชี้ให้เห็นว่า SBF กำลังมองหาการเพิ่มทุนมูลค่า 3 – 4 พันล้านดอลลาร์และจะยอมเป็นหนี้บางส่วนเพื่อชดเชยการขาดทุน

SBF กล่าวว่า เขาจะใช้ทรัพย์สินส่วนตัวเพื่อลูกค้าและนักลงทุนทั้งหมด

bitazza-may-300x250
bitazza-may-768x90

ขณะเดียวกัน CEO ของ FTX ก็ได้กล่าวโทษการรณรงค์ต่อต้าน FTX ที่เป็นสาเหตุให้เว็บเทรดของเขามาถึงจุด ๆ นี้ เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่ทำให้นักลงทุนจำนวนมากต้องการถอนเงินสดออกจากเว็บเทรดเพราะกลัวว่าจะสูญเสียการลงทุน โดยรายงานจากสำนักข่าว Reuters เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ก็ได้ชี้ให้เห็นว่า FTX มีนักลงทุนแห่ถอนเงินกันไปประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 72 ชั่วโมงก่อนถึงวันที่ 8 พ.ย.

นอกจากนี้ SBF ยังระบุด้วยว่า FTX จะไม่สามารถเปิดให้ดำเนินการถอนเงินได้ เนื่องจากหลักประกันมีมูลค่าลดลงและไม่สามารถชำระบัญชีได้ (liquidated) และเว็บไซต์ FTX ยังได้โพสต์แบนเนอร์ใหม่ที่ระบุด้วยว่า “ขณะนี้ไม่สามารถดำเนินการถอนเงินได้ เราไม่แนะนำให้ทำการฝากเงิน”

ในอีกด้านหนึ่ง รายงานเมื่อวันที่ 9 พ.ย. จาก Bloomberg อ้างว่า SBF บอกกับนักลงทุนว่าถ้าหากไม่มีการอัดฉีดเงินสด บริษัทจะต้องยื่นฟ้องล้มละลาย และได้มีการอ้างถึง “บุคคลที่มีความรู้โดยตรงในเรื่องนี้”

แหล่งข่าวของ Bloomberg ดูเหมือนจะยืนยันข้อเสนอแนะว่า FTX กำลังมองหาเงินทุนเพื่อการช่วยให้บริษัทรอดพ้นจากภาระหนี้สิน และต้องการทุนเพื่อช่วยสำหรับการชำระบัญชี

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน Binance ได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงในการเข้าซื้อ FTX แต่ก็ถอนตัวออกจากข้อตกลงในเวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมงต่อมา โดยอ้างถึง ”ปัญหาที่อยู่นอกเหนือการควบคุมหรือความสามารถในการช่วยเหลือ”

ที่มา: cointelegraph