Home ข่าวสาร

ข่าวสาร

ธนาคารกลางจีนสืบสวนพบว่าเว็บเทรดบิทคอยละเมิดกฏหมาย

ฝั่งสืบสวนสอบสวนการทุจริตของธนาคารกลางแห่งประเทศจีนหรือ PBoC ได้ออกรายงานถึงการตรวจตราของเว็บผ้ให้บริการเทรดบิทคอยรายใหญ่ในจีน โดยในรายงานของวันนี้ได้มีระบุว่าทางธนาคารได้ค้นพบว่าทาง BTCC, Huobi และ OkCoin ได้มีการดำเนินธุรกิจอย่างผิดกฏหมายและไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่ตกลงไว้ อันเป็นสาเหตุทำให้ราคาของบิทคอยเคลื่อนไหวแบบไม่เป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายงานได้สรุปว่าบริษัทเหล่านั้นได้ให้บริการการเทรดบนมาร์จิน ซึ่งในตอนนี้ทางธนาคารยังไม่ได้ระบุถึงมาตรการลงโทษแต่อย่างใด ในรายงานของสื่อในจีนอย่าง Hexun และ Jiefang Daily ยังได้กล่าวถึงทางเว็บเทรดทั้งสามนี้ที่เปิดให้บริการโดยไม่ปฏิบัติตามกฏเรื่องการป้องกันการฟอกเงินที่ทางธนาคารเคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ หลังจากนั้นทางธนาคารกลางจีนได้ออกมาเตือนนักลงทุนถึงการซื้อบิทคอยเนื่องจากเป็น "สินทรัพย์ทางดิจิตอล" ที่อยู่นอกกฏหมาย แต่ทว่าในคำกล่าวของทางสมาชิกของกลุ่มบิทคอยในจีนดูเหมือนว่าพวกเขาไม่ได้แยแสกับการออกมาแถลงรายงานของธนาคารกลางแห่งประเทศจีนเท่าไรนัก โดยมีนาย Eric Zhao หรือวิศวกรแห่ง Chinese Academy of Sciences ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าผลการตรวจสอบของธนาคารสามารถคาดเดาได้ตั้งแต่ต้นแล้วว่ามันจะออกมาเป็นแบบนี้ ถึงแม้เขาจะรับรู้แล้วก็ตามว่าทางรายงานไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรมากนักเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้ก่อตั้งบริษัทขุดบิทคอยแห่งหนึ่งในจีนนามว่า Eric Mu ได้ออกมาให้ความเห็นไปในทางเดียวกันว่า "ไม่มีอะไรใหม่เลย" ข่าวการตรวจสอบที่ว่านี้ได้ออกมาอย่างเป็นทางการสองสัปดาห์หลังจากที่ทาง...

ประเทศอิสราเอลขึ้นทะเบียน “บิทคอย” เป็นสินทรัพย์ที่ต้องเสียภาษี

กรมสรรพากรแห่งอิสราเอลได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการถึงการร่างกฏหมายใหม่เกี่ยวกับการเสียภาษีสำหรับผู้ที่ใช้บิทคอย โดยในการประกาศที่มีขึ้นเมื่อสะปดาห์ที่แล้ว กรมสรรพากรแห่งอิสราเอลได้ออกร่างกฏหมายมาเป็นไฟล์ PDF ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเก็บภาษีในเจ้า cryptocurrency ตัวนี้ โดยกล่าวว่ามันเป็น "สินทรัพย์" ชนิดหนึ่ง อีกทั้งยังมีการพาดพิงถึงธนาคารแห่งอิสราเอลที่เป็นธนาคารกลางของประเทศที่ก่อนหน้านี้ไม่ยอมรับบิทคอยว่าเป็นสกุลเงินต่างประเทศชนิดหนึ่ง ซึ่งจากนี้ไปจะถูกบังคับให้ยอมรับว่าบิทคอยเป็นสินทรัพย์ และจะต้องหาทางเก็บภาษีโดยอ้างอิงจากเรทภาษีที่มีอยู่ โดยในการประกาศมีเนื้อหาดังนี้ " จะถูกตีตราว่าเป็น "สินทรัพย์" ที่ผู้ถือครองจะต้องเสียภาษี และการขายจะต้องถูกจำแนกว่าเป็นการ "ขายสินทรัพย์" และรายได้จากการขายบิทคอยจะต้องนำมาเสียภาษีโดยอ้างอิงจากเรทภาษีที่กำหนดไว้" อ้างอิงจากรายงานของ Finance Magnatesที่เต็มไปด้วยตัวเลขของเรทภาษีและใจความสำคัญอื่นๆ สามารถพบว่าร่างกฏหมายฉบับใหม่อาจจะกลายเป็นอุปสรรคของผู้ใช้บิทคอยในอิสราเอลทั้งบุคคลและบริษัท อย่างเช่น บุคคลธรรมดาจะต้องเสียภาษีให้รัฐถึง 25% ทุกๆครั้งที่เขาสามารถขายบิทคอยได้ ในขณะที่บริษัทหรือผู้ให้บริการเทรดบิทคอยจะต้องเสียภาษี 17% เช่นกัน นอกจากต้องจ่ายภาษีแล้ว บริษัทต่างๆอาจจะกลัวที่จะต้องเปิดรับบิทคอยเป็นอีกช่องทางในการใช้จ่าย เนื่องจากรายงานบอกไว้ว่าบิทคอยยังคงสถานะเป็นสินทรัพย์ แต่ไม่ใช่หน่วยเงินที่สามารถใช้ชำระหนี้ตามกฏหมายได้ ดังนั้นการที่บริษัทรับรายรับเป็นบิทคอยอาจจะส่งผลการซื้อขายกลายเป็นการแลกเปลี่ยนแทน ทางรัฐบาลออกมาคอนเฟิร์มว่าร่างกฏหมายที่ว่านี้ถูกร่างขึ้นโดยได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มผู้ใช้...

“อย่าไปสนดรามา บิทคอยแข็งแกร่งกว่าที่คุณคิดเยอะ!” กล่าวโดยนักประพันธ์หนังสือชื่อดัง

นาย Andreas Antonopoulos หรือนักประพันธ์หนังสือสอนเกี่ยวกับบิทคอยที่ขายดีนามว่า "Mastering Bitcoin" ได้ออกมาเตือนสติผู้ใช้บิทคอยอย่าไปหลงเชื่อดรามาเรื่องการปรับขนาดบล็อกของบิทคอย แต่ให้โฟกัสไปที่เรื่องของความแข็งแกร่งของบิทคอย และการเติบโตทางด้านนวัตกรรม โดยเขายังได้ไปออกรายการวิทยุออนไลน์ของ Trace Mayer อีกด้วย เทคโนโลยีที่อยู่ในตัวของบิทคอยคือสิ่งที่สำคัญที่สุด กล่าวโดยนักประพันธ์ และเจ้าเทคโนโลยีตัวนี้จะเป็นตัวผลักดันให้มีนวัตกรรมใหม่ๆเกิดขึ้นมาอีก เขายังได้ชี้ไปที่ TumbleBit, Lightning Neywork, Segragrated Witness, MimbleWimble และ RSK ซึ่งเป็นตัวอย่างสำคัญของนวัตกรรมที่ถูกพัฒนาต่อยอดจากบิทคอย การปรับขนาดบล็อกก่อให้เกิดดรามา การปรับขนาดของบล็อกบิทคอยที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักพัฒนาอยู่ตอนนี้ทำให้เกิดดรามาอย่างรุนแรง ส่งผลให้พวกเขาต้องตั้งกลุ่มแยกออกมาอีกกลุ่มบนแพลตฟอร์ม Reddit (คล้ายๆพันทิปบ้านเรา) และเถียงกันว่าบิทคอยควรจะถูกปรับขนาดให้ใหญ่ขึ้นหรือไม่ในระยะยาว ผู้ใช้งานบางคนก็เลือกเข้ากลุ่ม /r/BTC ในขณะที่บางคนก็เลือกเข้ากลุ่ม...

มาเฟียตู้ ATM บิทคอยในสหรัฐอเมริกาขู่ฆ่าคู่แข่งของตัวเอง

เมืองดีทรอยต์ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองเถื่อนแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาก็ว่าได้ เพราะเต็มไปด้วยแก๊งอาชญากรและมาเฟีย อ้างอิงจากบันทึกของศาลประจำเขต Northern Illinois เมื่อเดือนที่แล้วดูเหมือนว่าจะมีกลุ่มแก๊งมาเฟียไล่ทุบตู้บิทคอยในเมืองเพื่อกำจัดคู่แข่ง โดยผู้เสียหายในครั้งนี้คือบริษัท Bitcoin of America ที่เป็นผู้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในครั้งนี้ ที่ถูกทุบตู้ ATM บิทคอยที่หน้าจอจนเสียหายไม่สามารถใช้การได้ไปแล้วกว่า 20 ตู้จาก 70 ตู้ที่มีภายใน 9 เดือน โดยตำรวจได้คาดเดาว่าคนร้ายอาจจะเป็นคู่แข่งของบริษัทที่ว่านี้ โดยพวกเขามีนามว่า Andrew และ Alvin Konja รวมถึงผู้สมคบคิดอื่นๆอีกด้วย โดยกลุ่มแก๊ง Konja ดูเหมือนว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจอยู่สองธุรกิจคือ MT Group และ Bitexpress...

เว็บเทรดบิทคอยในจีนถูกสั่งห้ามให้บริการเทรดบนมาร์จินและฟิวเจอร์ในประเทศ

เว็บผู้ให้บริการการเทรดบิทคอยในจีนที่ใหญ่ที่สุด BTCC, OKCoin และ Huobi กำลังอยู่ในช่วงถูกสืบสวนสอบสวนโดยทางธนาคารแห่งประเทศจีน และถูกสั่งห้ามให้บริการการเทรดบนมาร์จินทั้งหมด รวมทั้งฟิวเจอร์ด้วย โดยคำสั่งห้ามที่ว่านี้มีผลกับเว็บเทรดที่ให้บริการในประเทศจีนเท่านั้น ในขณะเดียวกันเว็บ Okcoin.com ที่เป็นเวอชั่นให้บริการนักเทรดทั่วโลกไม่ถูกรับผลกระทบแต่อย่างใด ยังคงเปิดให้บริการเทรดบนมาร์จินและฟิวเจอร์แบบให้ leverage สูงสุด x20 เหมือนเดิม โดยทาง cnLedger หรือผู้เชี่ยวชาญและผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับ cryptocurrency ในจีนได้ออกมาทวีตข้อความพร้อมกับแสดงหลักฐานจากบนเว็บไซต์ดังกล่าว BTCChina has suspended margin loan service. Official notice is out. @YourBTCC...

บริษัท PwC เปิดตัวคอร์สเถ้าแก่น้อยสอนลงทุนในเทคโนโลยีบล็อกเชนและสายฟินเทคเจาะกลุ่มเด็ก

บริษัท PricewaterhouseCoopers (PwC) หรือบริษัทพันล้าน หรือออดิตหนึ่งในท็อป 4 ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ออกโปรแกรมที่ชื่อว่า "Startup Collider" เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยโปรแกรมที่ว่านี้จะเริ่มต้นเปิดสอนวันนี้ โดยจะเจาะกลุ่มช่วยเหลือเด็กวัยรุ่นหรือเถ้าแก่น้อยที่มีความสนใจในการลงทุนทางด้าน Blockchain และอุตสาหกรรมฟินเทค อะไรคือ Startup Collider สตาร์ทอัพ คอลไลเดอร์ คือคอร์สการเรียนการสอนที่ออกแบบโดย PwC CEE ซึ่งแตกต่างจากคอร์สการลงทุนอื่นๆทั่วๆไป โดยผู้ที่ได้รับเลือกโดย PwC จะได้มาฝึกและทำงานควบคู่ไปกับทีมงานของ PwC โดยตรง ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์ที่จะคอยช่วยเหลือและทดสอบระบบหรือผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาผลิตขึ้นมาตลอดการเรียน บริษัทสายบล็อกเชน หรือฟินเทคอื่นก็จะเข้ามามีส่วนร่วมกับผู้ให้คำปรึกษาของ PwC ด้วย...

ราคาบิทคอยตกถึงจุดต่ำสุดในรอบเดือนท่ามกลางข่าวจากธนาคารแห่งประเทศจีน

ราคาของบิทคอยกำลังตกลงมาแบบหาก้นเหวไม่เจอโดยเหตุการณ์เริ่มตั้งแต่เมื่อตอนประมาณ 4 โมงของเมื่อวาน โดยถือเป็นจุดต่ำสุดหากนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนธันวาคม ราคาของบิทคอยวิ่งตกไปที่ 752.11 ดอลลาร์โดยต่ำกว่าจุดต่ำสุดที่เคยรายงานข่าวไว้เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยอ้างอิงข้อมูลจาก CoinDesk Bitcoin Price Index (BPI) โดยตัวเลขนั้นได้แสดงถึงการตกลงมาถึง 42% จากจุดสูงสุดของตลาดที่ 1153.02 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 5 ที่ผ่านมา ในส่วนของวันนี้ เราได้เห็นราคาตกลงมาต่ำกว่า 800 ดอลลาร์เป้นครั้งแรกตั้งแต่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยตอนนี้ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 768.05 ดอลลาร์ และข้อมูลจาก BPI...

ราคาบิทคอยร่วงทันทีหลังจากธนาคารจีนประกาศจะเข้าสืบสวนเว็บเทรดในจีน

ราคาของบิทคอยร่วงลงมาถึง 50 ดอลลาร์ในวันนี้เมื่อทางธนาคารแห่งประเทศจีนหรือ PBoC ได้ออกมาประกาศว่าจะเข้ามาสืบสวนเว็บเทรดบิทคอยในจีน BTCC, OkCoin, และ Huobi บนข้อสงสัยเกี่ยวกับการฟอกเงิน, การปั่นราคาในตลาด, การเปิดให้บริการเทรดแบบผิดกฏหมาย และอื่นๆ โดยอ้างอิงจากข่าวสารบนหน้าเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศจีน แปล: ทางธนาคารแห่งประเทศจีนสาขาเซี่ยงไฮ้และสำนักงานการเงินในเขตเทศบาลเมืองเซี่ยงไฮ้ได้ร่วมทีมนักสืบเข้าตรวจค้น BTCChina โดยการสืบค้นครั้งนี้จะมีขึ้นเพื่อตรวจสอบว่าทางบริษัทได้เปิดให้บริการลูกค้านอกกฏหมายที่กำหนดไว้หรือไม่ เช่นการให้ยืมเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต, การปั่นราคาบนตลาด, การมีส่วนรู้เห็นในการฟอกเงิน, การเป็นบ่อเกิดของความเสี่ยงทางด้านการเงิน และอื่นๆ โดยราคาของบิทคอยได้ร่วงลงมาจาก 909 ดอลลาร์ และทำจุดต่ำสุดของวันที่ 861 ดอลลาร์ โดยคิดเป็น 5% อ้างอิงจากเว็บ BitStamp

ZCASH ดิ่งลงเหวสู่ก้นที่ 50 ดอลลาร์ หรือจุดจบจะมาถึงแล้ว

ราคาล่าสุดของเหรียญ Zcash ได้ส่งสัญญาณบอกถึงขาลงที่น่ากลัวมาก หากลองสังเกตดูการเทรดและความผันผวนของตลาดที่ผ่านมาเมื่อไม่นานนี้ โดยตั้งแต่วันที่ 7 ที่ผ่านมา ราคาของเจ้าเหรียญตัวนี้ได้ผันผวนอยู่ที่ 44-48 ดอลลาร์บน CoinMarketCap โดยวงสวิงของราคานั้นค่อยๆแคบลงเรื่อยๆ เมื่อวันนี้อยู่ที่ 45-46.50 ดอลลาร์ โดยในขณะที่เขียนข่าวอยู่นี้ ราคาของ Zcash อยู่ที่ 45.79 ดอลลาร์ต่อ 1 ZEC โดยครั้งนี้ตลาดและราคาสามารถเรียกได้ว่านิ่งสงัดกว่าครั้งที่ผ่านๆมา หากเริ่มนับตั้งแต่วันเปิดตัวของ Zcash ครั้งแรกที่ตลาดนั้นมีความผันผวนสูงมาก (ในรายงานเมื่อคราวที่แล้ว Zcash แสดงถึงความสามารถที่จะสร้างความฮือฮาได้ เพราะเหรียญตัวนี้ถูกสร้างขึ้นมาบนไอเดียที่ชื่อว่า zero-knowledge โดยมีระบบที่เรียกว่า zk-SNARKS...

Quantum Computer จะเป็นจุดเริ่มต้นแห่งจุดจบของบิทคอยหรือไม่

"บิทคอยนั้นได้ตายไปแล้ว!" ดูเหมือนว่าคำทำนายนี้จะถูกทำนายไปแล้วราวๆ 119 ครั้ง หรือแม้แต่ในบางเว็บไซต์ก็ได้มีการออกมานับคำทำนายจากหลายๆฝ่ายว่าบิทคอยได้ตายไปแล้วกี่ครั้ง คำทำนายที่น่าขำเช่นนี้มักจะมาตอนที่ราคาบิทคอยกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น หรือเพิ่งจะเด้งขึ้นจากจุดต่ำสุด แต่ทว่าการมาของควอนตัม คอมพิวเตอร์ที่อาจจะเป็นภัยต่อบิทคอยในอนาคตนั้น นาย Andersen Cheng หรือผู้ก่อตั้งร่วมแห่งบริษัท Post Quantum ได้ทำการทำนายออกสื่อว่า "บิทคอยนั้นจะไม่สามารถต้านทานควอนตัมคอมพิวเตอร์ได้...บิทคอยจะตายตั้งแต่วันแรกๆที่ควอนตัมคอมพิวเตอร์ถูกนำออกมาใช้งาน" อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าการมาถึงของควอนตัมคอมพิวเตอร์นั้นดูเหมือนว่าจะมาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยหากอ้างอิงจากนาย Andersen นั้น ควอนตัมคอมพิวเตอร์จะกลายเป็นภัยต่อระบบ cryptography ของบิทคอยโดยความสามารถของมันคือการตรวจสอบ public key ย้อนหลังอย่างง่ายดาย ซึ่งจะส่งผลให้การอนุมานหา private key ของแอดเดรสของกระเป๋าบิทคอยสามารถทำได้ง่าย ควอนตัมคอมพิวเตอร์นั้นกำลังอยู่ในระหว่างช่วงวิจัยและพัฒนา และถูกให้เงินสนับสนุนนับพันล้านดอลลาร์โดยทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเมื่อไม่นานมานี้...
- Advertisement -BX.in.th Bitcoin Exchange Thailand

บทความเก่า

ราคาของ Bitcoin อาจพุ่งขึ้นสูงถึง $2000 ในเดือนมกราคมที่จะถึง

ธนาคาร Saxo ได้ออกมาให้คำทำนายที่ค่อนข้างจะสุดลิ่มทิ่มประตู โดยอ้างถึงเหตุผลในครั้งนี้ว่าการใช้จ่ายงบประมาณของนายโดนัล ทรัมป์ สามารถที่จะเป็นเชื้อเพลงในการผลักดันราคาของบิทคอยน์ให้ทะยานขึ้นสูงไปแตะเพดานที่ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 บิทคอยน์ (ราวๆ 71,000 บาท) รวมถึงการขึ้นราคาของเงินดอลลาร์อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ตลาดโลกเริ่มมองหาตัวเลือกการใช้จ่ายอื่นๆ หลายๆคนเริ่มออกมาทำนายผลกระทบที่จะเกิดขึ้นถึงแผนการการใช้จ่ายงบประมาณของโดนัล ทรัมป์ที่อาจจะส่งผลให้หนี้ของประเทศสูงถึง 20 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และอาจจะกระทบงบประมาณของรัฐที่อาจจะเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าจาก 600 ล้าน เป็น 1.2-1.8 ล้านๆดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราวๆ...

บทความการวิเคราะห์ราคาเก่า