<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Cryptocurrency แห่งชาติจะสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศได้หรือไม่

เป็นที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า Cryptocurrency ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมด้านการเงิน การธนาคาร และแน่นอนว่าในระดับประเทศนั้นก็มีบทบาทไม่แพ้กัน

ในหลาย ๆ ประเทศนั้นได้ให้ความสนใจใน Cryptocurrency เป็นอย่างมากเช่น ประเทศญี่ปุ่น ที่ประกาศให้เหรียญคริปโตถูกกฎหมายเมื่อปีที่แล้ว โดยภายหลังจากนั้นก็ได้มีการนำ Bitcoin สมาใช้จ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างเช่นเอาไปสั่งจองตั๋วเครื่องบิน หรือเอาไปจ่ายเป็นเงินเดือนให้กับพนักงานออฟฟิศอีกด้วย

เหรียญ Cryptocurrency แห่งชาติก็เป็นสิ่งที่หลาย ๆ ประเทศให้ความสนใจ และกำลังทำให้ผู้คุมกฏหมายด้านการเงิน (Regulator) ในประเทศศึกษามันอย่างถ่องแท้และในบางประเทศก็ได้ออกเหรียญ Cryptocurrency แห่งชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เราลองมาดูกันว่าปัจจุบันมีประเทศไหนบ้างที่เริ่มนำร่องด้านการออกเหรียญ Cryptocurrency แห่งชาติไปแล้ว

“CryptoRuble” เหรียญ Cryptocurrency ของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน

ประธานาธิบดีแห่งรัสเซียนายวลาดิเมียร์ ปูติน เริ่มเห็นว่า Cryptocurrency กำลังมีบทบาทเป็นอย่างมากในด้านธุรกิจการเงินและด้านรัฐบาล โดยเขามองว่าการมี Cryptocurrency แห่งชาติก็เพื่อใช้เป็นเครื่องมือกำจัดการคว่ำบาตรจากเวทีโลกนั่นเอง

“CryptoRuble” เป็นชื่อของ Cryptocurrency แห่งชาติของประเทศรัสเซีย โดยนายวลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวว่าสกุลเงินตัวนี้ “จะเป็นเหมือนกับสกุลเงินรูเบิล แต่การหมุนเวียนจะแตกต่างไปอีกแบบหนึ่ง” ซึ่งนั่นหมายความว่าทางรัฐบาลจะสามารถติดตามมันได้ทุกระเบียดนิ้วนั่นเอง

โดยเขายังกล่าวต่ออีกว่า Cryptocurrency ต่าง ๆ นั้นสามารถใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนได้ แต่เขาก็ตระหนักถึงแง่ของการเป็นตัวเก็บรักษามูลค่า (Store of Value) ของมันเช่นกัน

ถึงแม้ว่าเหรียญ “CryptoRuble” ยังไม่ออกมา แต่อ้างอิงจากนาย Glazyev หรือที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของนายปูตินกล่าวว่า:

สกุลเงินรูเบิลในรูปแบบดิจิทัลนี้จะช่วยทำให้แน่ใจได้ว่าจะช่วยปกป้องเราได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะจากการหลอกลวง, จากการขโมย หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มีความต้องการเงินจากรัฐบาล, งบประมาณการลงทุน, โครงสร้างของการธนาคารและบริษัท ทั้งหมดนี่สามารถนำไปปรับใช้ได้หมด”

“Petro” เหรียญ Cryptocurrency จากประธานาธิบดีประเทศเวเนซุเอลา

ประเทศเวเนซูเอลาหรือประเทศที่มีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องอัตราเงินเฟ้อในประเทศ ความยากจน ทางประธานาธิบดีของประเทศเวเนซูเอลาจึงได้คิดค้นเหรียญ Cryptocurrency แห่งชาติตรงนี้เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้

Petro” คือเหรียญ Cryptocurrency แห่งชาติที่มีน้ำมันหนุนหลัง ได้กำเนิดขึ้นมาจากประธานาธิบดี Nicolas Maduro โดยเหรียญนี้ใช้มาตรฐาน ERC-20 และสามารถขุดได้ด้วย

โดยนาย José Vielma Mora รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าต่างประเทศและการลงทุนระหว่างประเทศของประเทศเวเนซุเอลากล่าวว่า เหรียญนี้จะเป็นการดึงดูดนักลงทุนชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นชาวโปแลนด์, เดนมาร์ก นอร์เวย์รวมทั้งประเทศแถบสหรัฐฯ และยุโรป อีกด้วย

นาย Nicolas Maduro กล่าวว่าชาวเวเนซูเอลาสามารถนำ Cryptocurrency มาใช้เป็นตัวกลางในการซื้อของในสี่เขตเศรษฐกิจได้ ซึ่งนั้นหมายความว่าชาวเวเนซุเอลาสามารถซื้อบ้านและสินทรัพย์อื่น ๆ ได้ด้วยเหรียญ Petro โดยการซื้อบ้านและสินทรัพย์ด้วย Cryptocurrency นี้จะได้รับการอนุญาตในวันที่ 20 เมษายน

ถึงแม้ว่าเหรียญ Petro ได้ทำการ Pre-Sale เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เหมือนว่าเศรษฐกิจในประเทศเวเนซูเอลาก็ยังไม่ดีขึ้นแต่อย่างใด

“Estcoin” ของประเทศเอสโตเนีย

ประเทศเอสโตเนียมีความคิดที่จะช่วยนักลงทุนต่างประเทศที่อยากจะเข้ามาจดทะเบียนบริษัท และรวมถึงเครื่องมือต่าง ๆ อย่างเช่นการเซ็นต์ชื่อเป็นแบบดิจิทัลในขณะที่ทางเจ้าตัวไม่ต้องเดินทางมาเซ็นเองถึงที่ด้วย

เหรียญ “Estcoin” เป็นเหรียญ Cryptocurrency แห่งชาติของประเทศเอสโตเนีย โดยความคิดที่ออกเหรียญมานี้ก็เพื่อจะช่วยลดปัญหาการปลอมเงินออกมาได้ และยังสามารถที่จะช่วยป้องกันไม่ให้นำมันไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย

และสิ่งที่น่าสนใจคือบิดาแห่ง Ethereum หรือนาย Vitalik Buterin ได้ออกมากล่าวชื่นชมไอเดียและข้อเสนอที่ว่านี้ ว่าเหรียญ “Estcoin” จะเป็นเหรียญที่สามารถดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาได้เยอะ

แต่เป็นที่น่าเสียดาย ที่เหรียญดังกล่าวโดนขัดโดยประธานของธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยกล่าวว่าสกุลเงินของรัฐฯ นั้นจะไม่สามารถนำมาใช้ในเขตยูโรโซนนั่นเอง

แล้วประเทศไทยล่ะ

สำหรับประเทศไทยนั้น ก็มีการเคลื่อนไหวในด้าน Cryptocurrency ในหน่วยงานรัฐฯเช่นกัน

เมื่อปลายปีที่แล้วทางนายกรัฐมนตรีได้สั่งให้ทางกระทรวงการคลังศึกษาเกี่ยวกับ Cryptocurrency และ Bitcoin และให้เตือนประชาชนไทยถึงความเสี่ยงในการลงทุนใน Cryptocurrency โดยเฉพาะ Bitcoin

ต้นปี 2018 ได้มีการร่างพรก. สกุลเงินดิจิตัล และภาษี 15% และก็มีแผนการการทดสอบเหรียญคริปโตบาทนามว่า ‘อินทนนท์’ โดยเหรียญนี้อยู่ภายใต้ความร่วมมือของธนาคารอีก 5 ธนาคาร แต่สกุลเงินดังกล่าวจะไม่นำมาใช้กับประชาชนทั่วไป ซึ่งจะแตกต่างจากเหรียญ Petro ของเวเนซุเอลาที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อดึงดูดนักลงทุนเข้าประเทศ และป้องกันการคว่ำบาตรจากเวทีโลก

สุดท้ายแล้วเหรียญ Cryptocurrency แห่งชาติจะสามารถเข้ามาฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับผู้ดูแลกฏหมายทางการเงินในแต่ละประเทศและประชาชนในประเทศว่าจะมีความเชื่อมั่นในตัวรัฐบาลและในตัวเหรียญหรือไม่

Read previous post:

ถ้าพูดถึงแพล...

Close