<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>
bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250

“ท็อป จิรายุส” เตือน ! เศรษฐกิจปี 66 อาจอยู่ในภาวะถดถอย แนะนำให้เก็บเงินสด เอาชีวิตรอด

bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250
ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ในงานประชุม APEC เมื่อ=j;’ไม่กี่วันที่ผ่านมา คุณท็อป หรือ นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ได้ให้สัมภาษณ์กับทางโต๊ะข่าวเศรษฐกิจ สื่อมติชน ในงาน APEC เกี่ยวกับภาพรวมสภาพเศรษฐกิจโลก โดยกล่าวว่า :

“เศรษฐกิจโลกในขณะนี้ติดอยู่กับภาวะความผันผวนในระยะสั้น เนื่องจากเงินเฟ้อที่ปรับขึ้นสูงสุดในรอบ 40 ปี ทำให้ธนาคารกลางของหลายประเทศจับมือกันปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อดึงเงินเฟ้อให้ลดลงมา ซึ่งจากข้อมูลมีการพูดถึงคาดการณ์การลดเงินเฟ้อให้ลงมาเหลือที่ระดับ 2% ให้ได้ภายในปี 2567 สะท้อนถึงปี 2566 อาจเป็นปีที่เห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง” 

“ซึ่งการดึงเงินเฟ้อลงมายากกว่าการสร้างเงินเฟ้อ โดยขณะนี้เราอยู่ในยุคของทุกสินทรัพย์การลงทุนที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยความผันผวนระยะสั้น ไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์เสี่ยง อย่างสกุลเงินดิจิทัล (คริปโทเคอร์เรนซี) หรือหุ้นเท่านั้น สะท้อนได้จากราคาทองคำ ที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยก็ปรับลดลง และคนพยายามใช้จ่ายให้น้อยกว่าเดิม”

bitazza-may-300x250
bitazza-may-768x90

คุณ ท็อป จิรายุสกล่าวว่า ตอนนี้เราเห็นแนวโน้มของหลายบริษัททั่วโลก ที่พยายามรักษาต้นทุนผ่านการปลดพนักงาน โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี รวมถึงเห็นหุ้นเทคโนโลยีที่ราคาปรับลดลงด้วย ทำให้ปี 2566 เราอาจเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ คำแนะนำสำหรับภาคธุรกิจที่ให้ได้คือ 

“การเก็บเงินสดให้มากที่สุด อย่าใช้จ่ายอะไรที่ไม่จำเป็น และการปรับธุรกิจให้มีคุณภาพสูงขึ้น อาทิ การลงทุนในเทคโนโลยี หรือทรัพยากรบุคคลที่มีทักษะสูง โดยมองว่าหากเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยจริง การเก็บเงินสดจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด และนักลงทุนไม่น่าจะเลือกลงทุนในภาวะลักษณะแบบนี้”

คุณ ท็อป จิรายุสกล่าวว่า ภาพตลาดคริปโทเคอร์เรนซีจะกลับเข้าสู่ภาวะความเฟื่องฟูอีกครั้ง มองว่าเราต้องผ่านความผันผวนระยะสั้นนี้ไปให้ได้ก่อน และมีเม็ดเงินไหลเข้ามาในตลาดเพิ่มเติม ไม่ใช่การดูดเงินจากระบบกลับเพื่อลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจ (คิวที) ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินหายไป ปัจจัยสำคัญจึงเป็นการดึงเงินเฟ้อให้ลดลงเหลือ 2% ให้ได้ ซึ่งหวังว่าเงินเฟ้อจะลดลงได้ในปี 2567 เพื่อให้ตลาดกลับมาคึกคักใหม่อีกครั้ง โดยปกติในทุก 4 ปีจะเกิดปีทองขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเป็นเดือนพฤษภาคม 2567

“กุญแจที่สำคัญในปี 2566 คือ ต้องอยู่ให้รอดก่อนเท่านั้น ผู้ชนะในปีหน้าคือ คนมีเงิน และคนเก่งที่สามารถอยู่รอดนานที่สุด จะเป็นผู้ชนะ ซึ่งในภาพธุรกิจก็ไม่ได้เกี่ยวข้องว่าจะใหญ่หรือเล็ก เพราะแม้บริษัทใหญ่แต่หากไม่มีเงินสดเพียงพอก็ล้มได้” นายจิรายุสกล่าว

ที่มา : มติชน