<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ประสบความสำเร็จในการจัดสอนหลักสูตร Blockchain เผยมีผู้สนใจจำนวนมาก

เมื่อเทคโนโลยี Blockchain ไม่ใช่สิ่งที่ไกลตัวอีกต่อไป เพราะไม่ว่ารุ่นไหนก็สามารถศึกษา หาความรู้ได้ แถมยังสามารถเอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อีกด้วย

ด้วยจุดเด่นของ Blockchain ก็คือความปลอดภัยของข้อมูล จึงทำให้หลาย ๆ บริษัทเริ่มหันมาศึกษาเทคโนโลยี Blockchain มากขึ้นเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นทั้งภาครัฐและเอกชน

แถมยังช่วยเหลือในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่ถูกลง ลดปริมาณงานด้านเอกสารในการจดจำข้อมูล ติดตาม โอนย้าย หรือการตรวจสอบย้อนกลับอีกด้วย

จึงไม่เป็นที่แปลกใจที่โปรแกรมเมอร์นั้นจะหันมาศึกษา Blockchain กันอย่างมากมาย เพราะมันสามารถต่อยอดในอาชีของพวกเขาได้

DPUX

อ้างอิงจาก PR มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ได้เล็งเห็นว่าเทคโนโลยี Blockchain นั้นมีประโยชน์มหาศาลจึงได้มีแนวคิดพัฒนาหลักสูตร บล็อกเชนระดับประเทศ Geeks on the Block(Chain) Batch#1 ขึ้นมา โดย DPU X มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์  (มธบ.) มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะสร้าง Developer ที่มีความรู้ด้าน Blockchain และสามารถนำกลับไปพัฒนาองค์กรของตนเองเมื่ออบรมจบหลักสูตร

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ผู้อำนวยการ DPU X มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์  กล่าวว่า:

“การนำเทคโนโลยีบล็อกเชนไปใช้งานในภาคธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐนับว่ายังอยูในวงเล็ก ๆ แต่แนวโน้มในอนาคตแล้วเชื่อว่า Blockchain จะเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่มีการนำไปใช้งานในวงกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ

ทุกคนคิดได้ แต่เวลาทำจริง จะมีข้อจำกัดหลายส่วนให้ต้องพิจารณา ทั้งเทคโนโลยี บิสิเนส วันนี้ Developer ที่มีความรู้และเข้าใจในคอนเซ็ปต์ของ Blockchain ในไทยยังมีอยู่น้อย แต่ละองค์กรยังต้องการคนที่มีความรู้ทางด้านนี้เข้าไปทำงาน เมื่อถึงเวลา อยู่ที่ใครพร้อมกว่าจะคว้าโอกาสได้ก่อน”

ในคลาสนี้ผู้เรียนสามารถเข้าใจถึงพื้นฐานและแนวคิดของระบบ Blockchain สามารถเขียนโค้ด Blockchain เรียนรู้การทำงานทั้ง Hyperledger และ Ethereum

กูรูในวงการ Blockchain

อ้างอิงตาม PR ระบุว่าเมื่อถึงตอนท้ายของการออบรมนั้นจะมีการรีวิวโปรเจกต์โดย Mentors แบบ Project by Project ในแง่ของธุรกิจ, User Experience และการใช้งานเชิงเทคนิค โดยผู้เข้าอบรบสามารถนำความรู้ไปประกอบธุรกิจหรือสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้ทันที

กูรูด้าน Blockchain เช่น ดร.ภูมิ ภูมิรัตน์ ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่มาเป็นวิทยากรและผู้ออกแบบหลักสูตร รวมถึงวิทยากรสายตรงด้านบล็อกเชน อาทิ นายสถาพน พัฒนะคูหา CEO & Founder, SmartContract และ BlockM.D.และรองนายกสมาคมฟินเทคแห่งประเทศไทย หนึ่งในในผู้เชี่ยวชาญแถวหน้าของเมืองไทยด้านบล็อกเชน และ ดร.สิริวัฒน์ เกษมวัฒนาโรจน์ Advance Visionary Architect at KASIKORN Labs ที่มาคอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดตลอดหลักสูตร

ดร.ภูมิ ภูมิรัตน์ ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวเสริมว่า:

“ในวันนี้ Blockchain เป็นเทคโนโลยีที่คนเข้าใจยังมีน้อย อีกทั้งยังเป็นเทคโนโลยีที่เอาไปใช้จริงได้ยาก เพราะเอาไปใช้โจทย์เชิงโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งรู้อยู่แล้วว่ายาก ทำให้เห็นว่า Blockchain เป็นการนำไปใช้เพื่อสร้างสิ่งใหม่ มากกว่าการแก้ปัญหา ทั้งนี้ ข้อดีของเทคโนโลยี Blockchain คือเทคโนโลยีอื่น ๆ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างได้เท่า Blockchain เรียกว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ในยุคนี้ที่ให้อำนาจกับคนที่มีอำนาจน้อยกว่า

ทั้งยังเป็นเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ทุกคน เมื่อใช้งานแล้วมีการรวมเอาอำนาจของทุกคนมาไว้ด้วยกัน ขณะที่เทคโนโลยีอื่น ๆ มักจะให้อำนาจกับคนที่มีอำนาจเยอะอย่าง AI หรือ ควอนตัม หากจะทำต้องลงทุนค่อนข้างสูง นอกจากด้านธุรกิจแล้วก็ยังมีความสนใจนำ Blockchain เข้าไปแก้ปัญหาทางสังคมเช่น แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เป็นต้น”